ราคาบอลแฮนดิแคป คืออะไร วิธีอ่านทีมต่อทีมรอง ราคาครึ่ง ควบ และผลเดิมพันให้เข้าใจ
ราคาบอลแฮนดิแคป คือ ราคาต่อรองฟุตบอลที่กำหนดแต้มต่อให้สองทีมก่อนนำผลการแข่งขันมาตัดสิน แทงบอล โดยทั่วไปจะแสดงให้เห็นว่าฝั่งใดเป็นทีมต่อและฝั่งใดเป็นทีมรอง การอ่านราคาไม่ได้ดูเพียงว่าทีมไหนชนะหรือแพ้ แต่ต้องพิจารณา Handicap Line ที่เลือกไว้ เช่น 0, 0.25, 0.5, 0.75 หรือ 1.0 ประกอบกับสกอร์จริง ราคาครึ่งและราคาควบมีเงื่อนไขต่างกัน โดยเฉพาะราคา .25 และ .75 ที่สามารถเกิดผลชนะครึ่งหรือเสียครึ่งจากการแบ่ง Line ออกเป็นสองส่วน ขณะที่ราคาเต็มลูกบางกรณีสามารถคืนทุนได้ หากผลต่างประตูหลังคิดแต้มต่อตรงกับเงื่อนไขของราคาพอดี นอกจากนี้ยังต้องแยก Handicap Line ออกจากค่าน้ำ เพราะแต้มต่อใช้กำหนดเงื่อนไขการตัดสินบิล ส่วนค่าน้ำเกี่ยวข้องกับผลตอบแทนของการเดิมพัน เมื่อเข้าใจทีมต่อ–ทีมรอง ราคาครึ่ง ราคาควบ และหลัก Settlement แล้ว การอ่านราคาบอลแฮนดิแคปแต่ละระดับและตรวจผลเดิมพันจะทำได้ชัดเจนขึ้น
ราคาบอลแฮนดิแคป คืออะไร และใช้แต้มต่อกำหนดผลเดิมพันอย่างไร
ราคาบอลแฮนดิแคป (Asian Handicap) คือ ตลาดเดิมพันที่กำหนด แต้มต่อหรือ Handicap Line ให้กับสองทีม โดยฝั่งที่เป็นต่อจะมีแต้มต่อติดลบ ส่วนฝั่งรองจะได้รับแต้มต่อเป็นบวก จากนั้นจึงนำ Line ที่เลือกมาคิดร่วมกับสกอร์จริงเพื่อหาผลของเดิมพัน ดังนั้นการตัดสินบิลแฮนดิแคปจึงไม่ได้ดูเพียงว่าทีมใดชนะ เสมอ หรือแพ้ในการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น หากทีม A ต่อ -0.5 พบทีม B และจบเกมด้วยสกอร์ 1-0 ทีม A ชนะการแข่งขันและชนะ ราคาบอล -0.5 ด้วย แต่ถ้าจบ 0-0 แม้ทีม A จะไม่แพ้การแข่งขัน ฝั่งต่อ -0.5 จะเป็นฝ่ายเสียเดิมพัน เพราะหลังหักแต้มต่อแล้วไม่ผ่านเงื่อนไขของ Line อีกกรณีหนึ่ง หากทีม A ต่อ -1.5 และชนะ 2-1 ผลการแข่งขันจริงคือทีม A ชนะ แต่ผลเดิมพันฝั่งต่อกลับแพ้ เนื่องจากชนะเพียง 1 ประตู ขณะที่ราคา -1.5 ต้องชนะด้วยผลต่างอย่างน้อย 2 ประตูจึงจะชนะราคา
| Handicap | สกอร์จริง | ผลการแข่งขัน | ผลฝั่งทีมต่อ |
| ทีม A -0.5 | 1-0 | ทีม A ชนะ | ชนะเดิมพัน |
| ทีม A -0.5 | 0-0 | เสมอ | แพ้เดิมพัน |
| ทีม A -1.5 | 2-1 | ทีม A ชนะ | แพ้เดิมพัน |
ทีมต่อและทีมรองดูอย่างไรจากเครื่องหมายบวกและลบ
การแยก ทีมต่อและทีมรอง ในตลาด Asian Handicap ควรดูที่ Selection และ Handicap Line ที่แสดงในตลาดนั้นโดยตรง ไม่ควรตัดสินจากชื่อเสียงของสโมสร อันดับในตาราง หรือผลงานที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปฝั่งที่มีเครื่องหมาย ลบ (-) คือทีมต่อ ส่วนฝั่งที่มีเครื่องหมาย บวก (+) คือทีมรอง เช่น ทีม A -0.5 และทีม B +0.5 หมายความว่าทีม A ต่อครึ่งลูก ขณะที่ทีม B รองครึ่งลูก
| จุดเปรียบเทียบ | ทีมต่อ | ทีมรอง |
| เครื่องหมายที่พบทั่วไป | – | + |
| ตัวอย่าง Line | -0.5 | +0.5 |
| ความหมาย | เป็นฝ่ายให้แต้มต่อ | เป็นฝ่ายรับแต้มต่อ |
| หากราคาเป็น 0.5 | ต้องชนะจึงผ่านราคา | ชนะหรือเสมอจึงผ่านราคา |
| ตัวอย่าง Selection | ทีม A -0.5 | ทีม B +0.5 |
ราคาบอลแฮนดิแคป ต่างจากค่าน้ำอย่างไร และต้องอ่านตัวเลขส่วนไหนก่อน
การอ่านราคาบอลแฮนดิแคปให้ถูกต้องต้องแยก Handicap Line ออกจาก ค่าน้ำ (Odds) เพราะตัวเลขสองส่วนนี้ทำหน้าที่ต่างกัน Handicap Line ใช้กำหนดแต้มต่อและเงื่อนไขในการตัดสินผลเดิมพัน ส่วนค่าน้ำใช้กำหนดผลตอบแทนเมื่อบิลชนะ จึงไม่ควรเห็นตัวเลขในหน้าราคาแล้วนำมาพิจารณารวมกันโดยไม่แยกส่วน
ตัวอย่างราคา ทีม A -0.75 @0.90 – Full Time สามารถแยกโครงสร้างได้ดังนี้
| ส่วนของราคา | ตัวอย่าง | ความหมาย |
| Selection | ทีม A | ทีมที่เลือกเดิมพัน |
| Handicap Line | -0.75 | ทีม A เป็นฝ่ายต่อ 0.75 ลูก |
| Odds / ค่าน้ำ | 0.90 | อัตราที่ใช้คำนวณผลตอบแทนตามรูปแบบราคาที่แสดง |
| Period | Full Time | ตลาดที่ตัดสินจากช่วงเวลาการแข่งขันเต็มเวลา ตามกติกาของตลาด |
ดังนั้น -0.75 ไม่ใช่ค่าน้ำ แต่เป็น Handicap Line ที่กำหนดว่าฝั่งทีม A ต้องผ่านแต้มต่อเท่าใด ส่วน 0.90 คือค่าน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับจำนวนเงินที่ได้รับเมื่อเดิมพันมีผลชนะ หาก Line เปลี่ยนจาก -0.75 เป็น -1.0 เงื่อนไข Settlement จะเปลี่ยน แต่หาก Line ยังคง -0.75 และค่าน้ำเปลี่ยนจาก 0.90 เป็น 0.85 เงื่อนไขแต้มต่อยังเหมือนเดิม ขณะที่ผลตอบแทนเปลี่ยนไป
| จุดเปรียบเทียบ | Handicap Line | Odds / ค่าน้ำ |
| ตัวอย่าง | -0.75 | 0.90 |
| หน้าที่หลัก | กำหนดแต้มต่อ | กำหนดผลตอบแทน |
| ใช้ตัดสินชนะ–แพ้บิล | ใช่ | ไม่ได้ใช้กำหนดแต้มต่อ |
| เมื่อค่าตัวเลขเปลี่ยน | Settlement อาจเปลี่ยน | ผลตอบแทนอาจเปลี่ยน |
ราคาแฮนดิแคปแบบเต็มลูก ครึ่งลูก และราคาควบต่างกันอย่างไร
ราคาแฮนดิแคปสามารถแบ่งตามลักษณะของ Handicap Line ได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ ราคาเต็มลูก (Whole Handicap), ราคาครึ่งลูก (Half Handicap) และราคาควบ (Quarter Handicap) ความแตกต่างสำคัญไม่ได้อยู่แค่ตัวเลข แต่รวมถึงวิธี Settlement ด้วย โดยราคาเต็มลูกมีโอกาสคืนทุน ราคาครึ่งลูกจะตัดสินเป็นชนะหรือแพ้เต็ม ส่วนราคาควบแบ่งเดิมพันออกเป็นสอง Line จึงสามารถเกิดผลชนะครึ่งหรือเสียครึ่งได้
| ประเภท Handicap | ตัวอย่างราคา | ลักษณะสำคัญ | ผลเดิมพันที่สามารถเกิดขึ้น |
| เต็มลูก (Whole) | 0, 1.0, 2.0 | Line เป็นจำนวนเต็ม | ชนะเต็ม / คืนทุน / เสียเต็ม |
| ครึ่งลูก (Half) | 0.5, 1.5, 2.5 | Line ลงท้ายด้วย .5 | ชนะเต็ม / เสียเต็ม |
| ราคาควบ (Quarter) | 0.25, 0.75, 1.25, 1.75 | แบ่งเดิมพันออกเป็น 2 Line | ชนะเต็ม / ชนะครึ่ง / คืนทุน / เสียครึ่ง / เสียเต็ม |
ตาราง ราคาบอลแฮนดิแคป ตั้งแต่ 0 ถึง 2.0 อ่านอย่างไร
ราคาบอลแฮนดิแคปตั้งแต่ 0 ถึง 2.0 มีทั้งราคาเต็มลูก ครึ่งลูก และราคาควบ แต่ละ Line กำหนดเงื่อนไขของทีมต่อและทีมรองต่างกัน โดยเฉพาะราคา .25 และ .75 ที่สามารถเกิดผลชนะครึ่งหรือเสียครึ่งได้ ตารางด้านล่างสรุปชื่อเรียกและเงื่อนไขสำคัญของราคาที่พบได้บ่อย เพื่อให้เปรียบเทียบได้ในจุดเดียว
| Handicap Line | ชื่อเรียกทั่วไป | เงื่อนไขหลักฝั่งทีมต่อ | เงื่อนไขหลักฝั่งทีมรอง | Settlement ที่ควรรู้ |
| 0 | เสมอ / Draw No Bet | ชนะเกม = ชนะเต็ม, เสมอ = คืนทุน | ชนะเกม = ชนะเต็ม, เสมอ = คืนทุน | มี Push เมื่อเสมอ |
| 0.25 | ปป. / เสมอควบครึ่ง / 0-0.5 | ชนะ = ชนะเต็ม, เสมอ = เสียครึ่ง | ชนะ = ชนะเต็ม, เสมอ = ชนะครึ่ง | แบ่ง Line 0 และ 0.5 |
| 0.5 | ครึ่งลูก | ต้องชนะจึงชนะเต็ม | ชนะหรือเสมอ = ชนะเต็ม | ไม่มี Push |
| 0.75 | ครึ่งควบลูก / 0.5-1 | ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม, ชนะ 1 ลูก = ชนะครึ่ง | แพ้ 1 ลูก = เสียครึ่ง, เสมอหรือชนะ = ชนะเต็ม | แบ่ง Line 0.5 และ 1.0 |
| 1.0 | หนึ่งลูก / ลูกหนึ่ง | ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม, ชนะ 1 ลูก = คืนทุน | แพ้ 1 ลูก = คืนทุน, เสมอหรือชนะ = ชนะเต็ม | มี Push เมื่อผลต่าง 1 ลูก |
| 1.25 | ลูกควบลูกครึ่ง / 1-1.5 | ชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม, ชนะ 1 ลูก = เสียครึ่ง | แพ้ 1 ลูก = ชนะครึ่ง, เสมอหรือชนะ = ชนะเต็ม | แบ่ง Line 1.0 และ 1.5 |
| 1.5 | ลูกครึ่ง | ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปจึงชนะเต็ม | แพ้ไม่เกิน 1 ลูก, เสมอ หรือชนะ = ชนะเต็ม | ไม่มี Push |
| 1.75 | ลูกครึ่งควบสอง / 1.5-2 | ชนะ 3 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม, ชนะ 2 ลูก = ชนะครึ่ง | แพ้ 2 ลูก = เสียครึ่ง, แพ้ไม่เกิน 1 ลูก = ชนะเต็ม | แบ่ง Line 1.5 และ 2.0 |
| 2.0 | สองลูก | ชนะ 3 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม, ชนะ 2 ลูก = คืนทุน | แพ้ 2 ลูก = คืนทุน, แพ้ไม่เกิน 1 ลูก = ชนะเต็ม | มี Push เมื่อผลต่าง 2 ลูก |
ราคาควบ 0.25, 0.75, 1.25 และ 1.75 แบ่งเงินอย่างไร
ราคาควบ หรือ Quarter Handicap เป็นราคาแฮนดิแคปที่ลงท้ายด้วย .25 หรือ .75 เช่น 0.25, 0.75, 1.25 และ 1.75 หลักสำคัญคือเงินเดิมพันจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน แล้วนำไปคิดกับ Handicap Line ที่อยู่ติดกัน ตัวอย่างเช่น เดิมพัน 1,000 บาทที่ราคา -0.75 จะเท่ากับเดิมพัน 500 บาทที่ -0.5 และอีก 500 บาทที่ -1.0
| ราคาควบ | แบ่งเป็น 2 Line | เดิมพันรวม | ส่วนที่ 1 | ส่วนที่ 2 |
| 0.25 | 0 + 0.5 | 1,000 บาท | 500 บาทที่ 0 | 500 บาทที่ 0.5 |
| 0.75 | 0.5 + 1.0 | 1,000 บาท | 500 บาทที่ 0.5 | 500 บาทที่ 1.0 |
| 1.25 | 1.0 + 1.5 | 1,000 บาท | 500 บาทที่ 1.0 | 500 บาทที่ 1.5 |
| 1.75 | 1.5 + 2.0 | 1,000 บาท | 500 บาทที่ 1.5 | 500 บาทที่ 2.0 |
ทำไมราคาควบจึงมีผลชนะครึ่ง เสียครึ่ง และคืนทุน
ผล ชนะครึ่งและเสียครึ่ง ของราคาควบเกิดจากการที่ Quarter Handicap แบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน แล้วนำแต่ละครึ่งไปตัดสินกับ Handicap Line คนละราคา เช่น -0.75 แบ่งเป็น -0.5 และ -1.0 ดังนั้นเมื่อสกอร์ทำให้ครึ่งหนึ่งชนะ แต่อีกครึ่งคืนทุน ผลรวมจึงเป็นชนะครึ่ง หรือหากครึ่งหนึ่งแพ้และอีกครึ่งคืนทุน ก็จะกลายเป็นเสียครึ่ง
สมมติเดิมพัน ทีม A ต่อ -0.75 จำนวน 1,000 บาท เงินจะถูกแบ่งเป็น 500 บาทที่ -0.5 และอีก 500 บาทที่ -1.0 แล้วนำสกอร์เดียวกันไปตัดสินทั้งสองส่วน
| สกอร์ทีม A | 500 บาทที่ -0.5 | 500 บาทที่ -1.0 | ผลรวมของบิล |
| ชนะ 2-0 | ชนะ | ชนะ | ชนะเต็ม |
| ชนะ 1-0 | ชนะ | คืนทุน | ชนะครึ่ง |
| เสมอ 0-0 | แพ้ | แพ้ | เสียเต็ม |
| แพ้ 0-1 | แพ้ | แพ้ | เสียเต็ม |
ในกรณี ชนะ 1-0 ฝั่ง -0.5 ผ่านเงื่อนไขและชนะเดิมพัน แต่ฝั่ง -1.0 มีผลต่างประตูเท่ากับแต้มต่อพอดีจึงคืนทุน เมื่อรวมสองส่วนเข้าด้วยกันจึงเรียกว่า ชนะครึ่ง
กลไกเดียวกันอธิบาย เสียครึ่ง ได้ เช่น ทีม A ต่อ -1.25 ซึ่งแบ่งเป็น -1.0 และ -1.5 หากทีม A ชนะ 1-0 ส่วน -1.0 คืนทุน แต่ส่วน -1.5 แพ้ จึงเสียเฉพาะเงินเดิมพันครึ่งหนึ่ง หรือเรียกว่า เสียครึ่ง
| ราคาควบฝั่งต่อ | ผลต่างประตูตัวอย่าง | ครึ่งแรก | ครึ่งหลัง | Settlement |
| -0.25 = 0 / -0.5 | เสมอ | คืนทุน | แพ้ | เสียครึ่ง |
| -0.75 = -0.5 / -1.0 | ชนะ 1 ลูก | ชนะ | คืนทุน | ชนะครึ่ง |
| -1.25 = -1.0 / -1.5 | ชนะ 1 ลูก | คืนทุน | แพ้ | เสียครึ่ง |
| -1.75 = -1.5 / -2.0 | ชนะ 2 ลูก | ชนะ | คืนทุน | ชนะครึ่ง |
ชนะเต็ม ชนะครึ่ง คืนทุน เสียครึ่ง และเสียเต็มต่างกันอย่างไร
การตัดสินผลเดิมพันแฮนดิแคป หรือ Settlement ไม่ได้มีเพียงชนะกับแพ้ แต่สามารถแบ่งเป็น 5 ผลหลัก ได้แก่ ชนะเต็ม ชนะครึ่ง คืนทุน เสียครึ่ง และเสียเต็ม โดยผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับ Handicap Line และสกอร์หลังจบช่วงเวลาที่ตลาดกำหนด ส่วนค่าน้ำจะนำมาใช้คำนวณผลตอบแทนหลังจากทราบแล้วว่าบิลถูกตัดสินแบบใด
Settlement Ladder:ชนะเต็ม -> ชนะครึ่ง -> คืนทุน -> เสียครึ่ง -> เสียเต็ม
| Settlement | ความหมาย | ผลต่อเงินเดิมพัน | ผลของค่าน้ำ |
| ชนะเต็ม | เดิมพันทั้งหมดผ่านเงื่อนไข Handicap | ได้เงินเดิมพันคืนและได้กำไรเต็ม | คิดกำไรจากเงินเดิมพันเต็มจำนวน |
| ชนะครึ่ง | ครึ่งหนึ่งชนะ อีกครึ่งคืนทุน | ได้เงินเดิมพันคืนทั้งหมดและกำไรจากครึ่งที่ชนะ | คิดกำไรจากครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน |
| คืนทุน | ผลหลังคิด Handicap เท่ากันพอดี | ได้เงินเดิมพันคืน | ไม่มีกำไรหรือขาดทุน |
| เสียครึ่ง | ครึ่งหนึ่งแพ้ อีกครึ่งคืนทุน | เสียครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน | ส่วนที่คืนทุนไม่คิดกำไรหรือขาดทุน |
| เสียเต็ม | เดิมพันทั้งหมดไม่ผ่านเงื่อนไข Handicap | เสียเงินเดิมพันทั้งหมด | ไม่มีผลตอบแทนจากบิล |
สมมติเดิมพัน 1,000 บาท ค่าน้ำ 0.90 หากบิลชนะเต็ม กำไรจะเท่ากับ 1,000 × 0.90 = 900 บาท และได้รับเงินเดิมพันคืนรวมเป็น 1,900 บาท หากชนะครึ่ง จะคิดกำไรเฉพาะเงิน 500 บาท จึงมีกำไร 450 บาท และได้รับคืนรวม 1,450 บาท
| ผลเดิมพัน | เงินเดิมพัน | กำไร/ขาดทุน | เงินที่ได้รับคืน |
| ชนะเต็ม | 1,000 บาท | +900 บาท | 1,900 บาท |
| ชนะครึ่ง | 1,000 บาท | +450 บาท | 1,450 บาท |
| คืนทุน | 1,000 บาท | 0 บาท | 1,000 บาท |
| เสียครึ่ง | 1,000 บาท | -500 บาท | 500 บาท |
| เสียเต็ม | 1,000 บาท | -1,000 บาท | 0 บาท |
วิธีอ่าน ราคาบอลแฮนดิแคป จากสกอร์จริงของการแข่งขัน
การอ่านราคาบอลแฮนดิแคปจากสกอร์จริงต้องดู ผลต่างประตูของทีมต่อ แล้วนำไปเทียบกับ Handicap Line ที่เดิมพันไว้ ไม่ควรดูเพียงว่าทีมต่อชนะการแข่งขันหรือไม่ เพราะสกอร์เดียวกันสามารถให้ผลเดิมพันต่างกันเมื่อ Line เปลี่ยน เช่น ทีม A ชนะ 1-0 ที่ราคา -0.5 จะชนะเต็ม แต่สกอร์เดียวกันที่ -0.75 จะชนะครึ่ง และที่ -1.0 จะคืนทุน สมมติให้ ทีม A เป็นทีมต่อ และใช้ผลการแข่งขันเดียวกันเปรียบเทียบกับราคา -0.5, -0.75, -1.0 และ -1.25
| สกอร์จริง | ผลต่างประตูทีม A | A -0.5 | A -0.75 | A -1.0 | A -1.25 |
| ทีม A ชนะ 2-0 | +2 | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม |
| ทีม A ชนะ 1-0 | +1 | ชนะเต็ม | ชนะครึ่ง | คืนทุน | เสียครึ่ง |
| เสมอ 1-1 | 0 | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
| ทีม A แพ้ 0-1 | -1 | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
ตัวอย่าง: หากทีม A ชนะ 1-0 ผลจริงคือชนะ 1 ประตู แต่ผลเดิมพันจะเปลี่ยนตาม Line ที่เลือกไว้
- ทีม A -0.5: ชนะ 1 ลูกมากกว่าแต้มต่อ จึงชนะเต็ม
- ทีม A -0.75: แบ่งเป็น -0.5 และ -1.0 ส่วนแรกชนะ ส่วนหลังคืนทุน จึงชนะครึ่ง
- ทีม A -1.0: ชนะเท่ากับแต้มต่อพอดี จึงคืนทุน
- ทีม A -1.25: แบ่งเป็น -1.0 และ -1.5 ส่วนแรกคืนทุน ส่วนหลังแพ้ จึงเสียครึ่ง
ทีมชนะการแข่งขันแต่แพ้ราคาแฮนดิแคปเกิดขึ้นได้อย่างไร
ทีมที่ชนะการแข่งขันไม่ได้หมายความว่าจะชนะเดิมพันแฮนดิแคปเสมอ เพราะ Match Result ดูผลแพ้ ชนะ หรือเสมอจากสกอร์จริง ขณะที่ Handicap Result ต้องนำ Handicap Line ที่เลือกไว้มาคิดกับผลต่างประตูก่อนตัดสินบิล หากทีมต่อชนะไม่ขาดตามแต้มต่อ แม้จะเป็นผู้ชนะในสนามก็ยังสามารถแพ้ราคาได้ ตัวอย่างเช่น ทีม A ต่อ -1.5 และจบเกมด้วยสกอร์ 2-1 ทีม A เป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน แต่ชนะด้วยผลต่างเพียง 1 ประตู ขณะที่ราคา -1.5 ต้องชนะอย่างน้อย 2 ประตูจึงจะผ่าน Handicap ดังนั้นฝั่งทีม A -1.5 จึงเสียเดิมพันเต็ม
| Handicap ที่เลือก | สกอร์จริง | Match Result | Handicap Result ฝั่งต่อ | เหตุผล |
| ทีม A -0.5 | ชนะ 2-1 | ทีม A ชนะ | ชนะเต็ม | ชนะ 1 ลูกเพียงพอสำหรับ -0.5 |
| ทีม A -1.0 | ชนะ 2-1 | ทีม A ชนะ | คืนทุน | ชนะ 1 ลูกเท่ากับ Line พอดี |
| ทีม A -1.5 | ชนะ 2-1 | ทีม A ชนะ | เสียเต็ม | ชนะเพียง 1 ลูก ไม่ผ่าน -1.5 |
วิธีคำนวณผลตอบแทนเมื่ออ่าน Handicap ร่วมกับค่าน้ำ
การคำนวณผลตอบแทนของราคาบอลแฮนดิแคปควรเริ่มจาก ตัดสินผล Handicap ก่อน แล้วจึงนำค่าน้ำมาคำนวณเงิน เพราะ Handicap Line เป็นตัวกำหนดว่าบิลชนะเต็ม ชนะครึ่ง คืนทุน เสียครึ่ง หรือเสียเต็ม ส่วนค่าน้ำใช้กำหนดจำนวนกำไรของส่วนที่ชนะ ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ Hong Kong Odds 0.90 และเงินเดิมพัน 1,000 บาทเพื่อให้เห็นวิธีคิดในรูปแบบเดียวกัน
สูตรกรณีชนะเต็ม:
กำไร = เงินเดิมพัน × ค่าน้ำ
1,000 × 0.90 = 900 บาท
| Settlement | เงินเดิมพัน | เงินที่ใช้คิดกำไร | กำไร/ขาดทุน | เงินรับคืนรวม |
| ชนะเต็ม | 1,000 บาท | 1,000 บาท | +900 บาท | 1,900 บาท |
| ชนะครึ่ง | 1,000 บาท | 500 บาท | +450 บาท | 1,450 บาท |
| คืนทุน | 1,000 บาท | – | 0 บาท | 1,000 บาท |
| เสียครึ่ง | 1,000 บาท | – | -500 บาท | 500 บาท |
| เสียเต็ม | 1,000 บาท | – | -1,000 บาท | 0 บาท |
ราคาบอลแฮนดิแคป เต็มเวลาและครึ่งแรกต่างกันอย่างไร
ราคาบอลแฮนดิแคป แบบ เต็มเวลา (Full Time Handicap) และ ครึ่งแรก (First Half Handicap) ใช้หลักทีมต่อ–ทีมรองและ Settlement แบบเดียวกัน แต่ต่างกันที่ Period หรือช่วงเวลาที่นำสกอร์มาตัดสินเดิมพัน ดังนั้นแม้จะเป็นคู่แข่งขันเดียวกันและเลือกทีมเดียวกัน ผลของสองตลาดก็สามารถแตกต่างกันได้
| จุดเปรียบเทียบ | Full Time Handicap | First Half Handicap |
| ช่วงเวลาที่ใช้ตัดสิน | ผลการแข่งขันเต็มเวลาตามกติกาตลาด | ผลเฉพาะครึ่งแรก |
| สกอร์ที่นำมาคิด Handicap | สกอร์เมื่อจบ Full Time | สกอร์เมื่อจบครึ่งแรก |
| Handicap Line | มี Line ของตลาดเต็มเวลาโดยเฉพาะ | มี Line ของครึ่งแรกแยกต่างหาก |
| ค่าน้ำ | ใช้ราคาของตลาด Full Time | ใช้ราคาของตลาด First Half |
| ผลเดิมพัน | ตัดสินเมื่อจบ Period ที่กำหนด | ตัดสินเมื่อจบครึ่งแรก |
ตัวอย่าง ทีม A พบทีม B โดย ครึ่งแรกเสมอ 0-0 และจบเกมทีม A ชนะ 2-0 หากเดิมพันทีม A First Half -0.5 ฝั่งต่อจะแพ้เดิมพัน เพราะสกอร์ที่ใช้ตัดสินตลาดนี้คือ 0-0 เท่านั้น แต่หากเดิมพันทีม A Full Time -0.5 ฝั่งต่อจะชนะ เพราะสกอร์เต็มเวลาคือ 2-0 อีกจุดที่ต้องระวังคือ Line ของ Full Time และ First Half ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน เช่น คู่เดียวกันอาจแสดง Full Time -1.0 แต่ First Half เป็น -0.5 จึงไม่ควรนำราคาและค่าน้ำของสอง Period มาเปรียบเทียบกันโดยตรง
ก่อนยืนยันบิลควรตรวจให้ครบว่า
- ตลาดระบุ Full Time, First Half หรือ Period อื่น
- เลือกทีมต่อหรือทีมรองถูกฝั่ง
- Handicap Line ตรงกับที่ต้องการ
- ค่าน้ำเป็นราคาของ Period ที่เลือก
- กติกาตลาดระบุช่วงเวลาที่ใช้ Settlement อย่างไร
- กรณีมีต่อเวลาพิเศษ ให้ตรวจว่าตลาดนั้นรวมต่อเวลาหรือไม่
ราคาบอลแฮนดิแคป ไหลจาก -0.5 เป็น -0.75 หรือ -1.0 มีผลอย่างไร
เมื่อราคาบอลแฮนดิแคปขยับจาก -0.5 เป็น -0.75 หรือ -1.0 หมายความว่า Handicap Line ของทีมต่อเปลี่ยนไป ทำให้เงื่อนไขที่ใช้ตัดสินเดิมพันเปลี่ยนตาม แม้จะเลือกทีมเดียวกันก็ตาม จุดที่เห็นความแตกต่างได้ชัดคือกรณีทีมต่อชนะเพียง 1 ประตู เพราะแต่ละ Line ให้ Settlement ไม่เหมือนกัน
Before -> After
ทีม A -0.5 -> ทีม A -0.75 -> ทีม A -1.0
| ผลการแข่งขันของทีม A | -0.5 | -0.75 | -1.0 |
| ชนะ 2 ลูกขึ้นไป | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม | ชนะเต็ม |
| ชนะ 1 ลูก | ชนะเต็ม | ชนะครึ่ง | คืนทุน |
| เสมอ | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
| แพ้ | เสียเต็ม | เสียเต็ม | เสียเต็ม |
ราคาบอลแฮนดิแคป ต่างจาก 1X2 และสูงต่ำ Over/Under อย่างไร
ราคาบอลแฮนดิแคป, 1X2 และ สูงต่ำ Over/Under เป็นตลาดที่ใช้ข้อมูลจากการแข่งขันเดียวกัน แต่สิ่งที่เดิมพันและวิธี Settlement แตกต่างกัน แฮนดิแคปเน้นผลการแข่งขันหลังนำแต้มต่อมาคิด 1X2 เลือกผลแพ้–ชนะ–เสมอโดยตรง ส่วน Over/Under พิจารณาจำนวนประตูรวมเทียบกับ Goal Line ที่กำหนด
| จุดเปรียบเทียบ | Asian Handicap | 1X2 | Over/Under |
| สิ่งที่เดิมพัน | ทีมต่อหรือทีมรอง | เจ้าบ้าน / เสมอ / ทีมเยือน | สูงหรือ低กว่าจำนวนประตูที่กำหนด |
| ตัวอย่าง | ทีม A -0.75 | 1 / X / 2 | Over 2.5 / Under 2.5 |
| มี Line หรือไม่ | มี Handicap Line | ไม่มีแต้มต่อแบบ Handicap | มี Goal Line |
| ใช้อะไรตัดสิน | ผลต่างประตูหลังคิดแต้มต่อ | ผลแพ้ ชนะ หรือเสมอ | จำนวนประตูรวมเทียบกับ Line |
| มีคืนทุนได้หรือไม่ | มีในบาง Line เช่น 0 หรือ 1.0 | โดยทั่วไปไม่มี Push จากผลเสมอ เพราะ X เป็นหนึ่งในตัวเลือก | มีได้ใน Line จำนวนเต็ม เช่น 2.0 หรือ 3.0 |
| มีชนะครึ่ง/เสียครึ่งหรือไม่ | มีใน Quarter Handicap | ไม่มี | มีใน Asian Total เช่น 2.25 หรือ 2.75 |
ก่อนยืนยันบิลแฮนดิแคปควรตรวจ Line ค่าน้ำ และช่วงเวลาอะไรบ้าง
ก่อนยืนยันบิลแฮนดิแคปควรตรวจรายละเอียดใน Bet Slip ให้ครบ เพราะการเลือกทีมถูกไม่ได้หมายความว่ารายการอื่นจะถูกตามไปด้วย โดยเฉพาะ Market, Period, Selection, Handicap Line และค่าน้ำ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเงื่อนไข Settlement หรือผลตอบแทนของบิลได้ การตรวจตามลำดับเดียวกันทุกครั้งช่วยลดความผิดพลาดจากการเลือกตลาดหรืออ่านราคาสลับกัน
Pre-bet Checklist
- Market — ตรวจประเภทตลาด
ยืนยันว่าเลือก Asian Handicap ไม่ใช่ 1X2, Over/Under หรือตลาดอื่นที่มีตัวเลขราคาใกล้เคียงกัน - Period — ตรวจช่วงเวลาของตลาด
ดูว่าเป็น Full Time, First Half หรือช่วงเวลาอื่น เพราะแต่ละ Period ใช้สกอร์คนละช่วงในการ Settlement - Selection — ตรวจทีมที่เลือก
เช็กชื่อทีมและฝั่งที่เดิมพันให้ตรงกับที่ต้องการ โดยไม่อาศัยตำแหน่งบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว - Line — ตรวจแต้มต่ออีกครั้ง
ดูทั้งเครื่องหมายและตัวเลข เช่น -0.75 กับ +0.75 หรือ -0.75 กับ -1.0 ให้ชัด เพราะ Line ต่างกันให้ผล Settlement ต่างกัน - Odds — ตรวจค่าน้ำ
เช็กค่าน้ำล่าสุดและ Odds Format ที่ใช้ เนื่องจากค่าน้ำเป็นส่วนที่กำหนดผลตอบแทนและอาจเปลี่ยนได้ก่อนยืนยัน - Stake — ตรวจจำนวนเงินเดิมพัน
ตรวจยอดเงินให้ตรงกับจำนวนที่ตั้งใจ โดยเฉพาะก่อนกดยืนยันขั้นสุดท้าย - Potential Return — ตรวจผลตอบแทนที่แสดง
เปรียบเทียบยอดเดิมพัน ค่าน้ำ และผลตอบแทนที่ระบบแสดงว่าตรงกับรายละเอียดของบิลหรือไม่ โดยราคาควบอาจมีผลตอบแทนจริงต่างกันตาม Settlement เช่น ชนะครึ่งหรือเสียครึ่ง - Final Price — ตรวจว่าราคาเปลี่ยนก่อนยืนยันหรือไม่
หาก Line หรือค่าน้ำเปลี่ยนระหว่างเลือกตลาดกับส่งบิล ควรอ่านราคาที่ระบบเสนอใหม่ก่อนกดยืนยัน ไม่ควรอ้างอิงเฉพาะราคาที่เห็นตอนเริ่มเลือก
ข้อผิดพลาดในการอ่าน ราคาบอลแฮนดิแคป ที่พบบ่อย และควรตรวจอย่างไร
ข้อผิดพลาดในการอ่านราคาบอลแฮนดิแคปมักเกิดจากการดูตัวเลขเพียงส่วนเดียว หรือไม่ได้ตรวจรายละเอียดของตลาดให้ครบก่อนยืนยันบิล โดยเฉพาะทีมต่อ–ทีมรอง, Handicap Line, ค่าน้ำ และ Period ซึ่งแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกัน การตรวจอย่างเป็นลำดับช่วยลดความสับสนทั้งตอนเลือกตลาดและตอนอ่านผล Settlement
| ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | ทำไมจึงอ่านผิด | วิธีตรวจให้ถูกต้อง |
| สลับทีมต่อกับทีมรอง | มองจากชื่อเสียงหรืออันดับทีมแทนเครื่องหมายราคา | ตรวจ Selection และเครื่องหมาย – / + ที่ Handicap Line |
| อ่าน 0.75 หรือ 1.25 เป็นราคาเดียว | ไม่ทราบว่า Quarter Handicap แบ่งออกเป็นสอง Line | แยก 0.75 = 0.5 + 1.0 และ 1.25 = 1.0 + 1.5 ก่อน Settlement |
| นำ Handicap Line ปนกับค่าน้ำ | เข้าใจว่าตัวเลข -0.75 และ 0.90 ทำหน้าที่เหมือนกัน | แยก Line = เงื่อนไขแต้มต่อ และ Odds = ตัวกำหนดผลตอบแทน |
| ไม่เข้าใจชนะครึ่งหรือเสียครึ่ง | ตัดสินราคาควบเหมือนราคาครึ่งลูกทั่วไป | แบ่งเงินเป็นสองส่วน แล้วหาผลของแต่ละ Line ก่อนรวม Settlement |
| เลือก Period ผิด | เห็นทีมและ Line ถูกจึงไม่ได้ตรวจช่วงเวลา | ตรวจว่าเป็น Full Time, First Half หรือ Period อื่น ก่อนยืนยัน |
| คิดว่าทีมชนะจริงต้องชนะราคา | ดูเฉพาะ Match Result โดยไม่เทียบผลต่างประตูกับ Line | หาผลต่างประตูแล้วเทียบกับ Handicap ที่ยืนยันไว้ |
| ใช้ราคาปัจจุบันตรวจบิลเก่า | Line หรือค่าน้ำอาจเปลี่ยนหลังยืนยันเดิมพัน | ใช้ Line และ Odds ที่ได้รับการยืนยันใน Bet Slip เป็นหลัก |
| ไม่ตรวจราคาหลังระบบแจ้งการเปลี่ยนแปลง | ราคาอาจขยับระหว่างเลือกตลาดกับกดยืนยัน | อ่าน Selection, Line และ Odds ใหม่ก่อนยอมรับราคาที่เปลี่ยน |
สรุปวิธีอ่าน ราคาบอลแฮนดิแคป ตั้งแต่ทีมต่อรองจนถึงตรวจผลเดิมพัน
การอ่าน ราคาบอลแฮนดิแคป ให้ถูกต้องควรเริ่มจากเข้าใจว่าตลาดนี้ใช้แต้มต่อกำหนดเงื่อนไขของเดิมพัน จากนั้นแยกทีมต่อ–ทีมรอง ตรวจ Handicap Line และค่าน้ำว่าเป็นคนละส่วน พร้อมดูว่าเป็นราคาเต็มลูก ครึ่งลูก หรือราคาควบ เมื่อทราบสกอร์แล้วจึงนำผลต่างประตูมาเทียบกับ Line เพื่อหา Settlement ก่อนคำนวณผลตอบแทนจากค่าน้ำ โดยต้องยึด Period, Line และ Odds ที่ได้รับการยืนยันใน Bet Slip เป็นหลัก